CBAM vs Carbon Tax เป็นกลไกกำหนดราคาคาร์บอนที่บังคับใช้ต่างกัน โดย CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) คือมาตรการของสหภาพยุโรป ที่คิดต้นทุนคาร์บอนจากสินค้าที่นำเข้า EU โดยผู้ผลิตในประเทศคู่ค้าต้องจัดเตรียมข้อมูลการปล่อยคาร์บอนแฝงในสินค้า ส่วนผู้นำเข้าใน EU ต้องรายงานข้อมูลและซื้อใบรับรอง CBAM ตามปริมาณคาร์บอนแฝง
สำหรับ Carbon Tax คือภาษีที่แต่ละประเทศเรียกเก็บจากการปล่อยคาร์บอนภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และปรับปรุงการผลิตให้ประสิทธิภาพและปล่อยคาร์บอนต่ำลง
ปัจจุบันการผลิตและส่งออกไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคาและคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้นระหว่างการผลิตด้วย เพราะมาตรการอย่าง CBAM และกฎหมายภาษีคาร์บอนอาจทำให้สินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูงมีต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรงงานส่งออก EU ที่ต้องเตรียมข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและสินค้าให้ชัดเจนและตรวจสอบได้ รวมถึงเร่งวางแผนลดการปล่อยอย่างเป็นระบบ เพราะมาตรการเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อราคา การแข่งขัน และโอกาสทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
ทำไมผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ CBAM และ Carbon Tax
ทิศทางเศรษฐกิจโลกกำลังมุ่งสู่การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero หลายประเทศจึงออกกฎหมายและมาตรการทางการค้าเพื่อผลักดันให้ภาคธุรกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การใช้พลังงาน การขนส่ง ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า
แรงกดดันดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่หรือผู้ผลิตในประเทศที่ออกกฎหมายเท่านั้น แต่ยังส่งต่อมายังคู่ค้าและผู้ผลิตในประเทศอื่นด้วย ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนของสินค้า จัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก และปรับกระบวนการผลิตให้ปล่อยคาร์บอนต่ำลง หากธุรกิจยังไม่มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ อาจเผชิญต้นทุนเพิ่ม เสียโอกาสทางการค้า หรือแข่งขันกับผู้ผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำได้ยากขึ้น
แม้ CBAM และ Carbon Tax จะมีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้ธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรับผิดชอบต่อต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม แต่กลไกบังคับใช้แตกต่างกัน โดย CBAM มุ่งกำหนดต้นทุนคาร์บอนให้สินค้าบางประเภทที่นำเข้าสู่ EU เพื่อให้แบกรับต้นทุนเท่าเทียมกับสินค้าที่ผลิตใน EU ส่วน Carbon Tax เป็นภาษีที่ภาครัฐเรียกเก็บตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนหรือจากการใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกภายในประเทศ
CBAM และ Carbon Tax กำลังเปลี่ยนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นต้นทุนทางธุรกิจ ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมข้อมูลการปล่อยก๊าซควบคู่กับการวางแผนลด ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้โซลูชันพลังงานสะอาด และการกำหนดแนวทางดำเนินงานระยะยาวสู่เป้าหมาย Net Zero ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุน รักษาคู่ค้าสากล และเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกได้
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง CBAM vs Carbon Tax
| ประเด็นเปรียบเทียบ | CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) | Carbon Tax (ภาษีคาร์บอน) |
| ขอบเขตการบังคับใช้ | ข้ามพรมแดน (สินค้านำเข้าสู่ EU) | ภายในประเทศ (ผู้ผลิต/ผู้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศ) |
| ใครต้องจ่าย | ผู้นำเข้าสินค้าใน EU (ซึ่งอาจผลักภาระต้นทุนคาร์บอนไปยังผู้ส่งออก) | ผู้ปล่อยคาร์บอนในประเทศนั้นๆ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค |
| เป้าหมายหลักของการจัดเก็บภาษี | ป้องกันการย้ายฐานผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสูงจาก EU ไปประเทศที่กฎหมายคาร์บอนไม่เคร่งครัด (Carbon Leakage) | กระตุ้นให้ธุรกิจในประเทศลดการปล่อยคาร์บอน |
| การคำนวณภาษี | อิงราคาคาร์บอนตามระบบ EU ETS และปริมาณคาร์บอนแฝง (embedded emissions) | อิงอัตราภาษีต่อตันคาร์บอนที่รัฐบาลกำหนด |
สรุปง่ายๆ คือ CBAM มุ่งจัดการคาร์บอนที่แฝงมากับสินค้านำเข้าสู่ EU ส่วน Carbon Tax มุ่งส่งเสริมให้ธุรกิจลดการปล่อยคาร์บอนภายในประเทศ ธุรกิจส่งออกไทยจึงควรติดตามทั้งมาตรการในตลาดปลายทางและกฎหมายภาษีคาร์บอนในประเทศควบคู่กัน
![]()
ธุรกิจส่งออกไทยเตรียมรับมือด้วยการวางแผนด้าน Net Zero ในองค์กร
ธุรกิจส่งออกไทยเตรียมรับมือกับแรงกดดันจากทั้ง CBAM และ Carbon Tax โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่ต้นทาง กำหนดผู้รับผิดชอบ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างฝ่ายผลิต พลังงาน จัดซื้อ ขนส่ง และการเงิน พร้อมนำปัจจัยด้านคาร์บอนมาใช้ประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยลดภาระทางภาษีคาร์บอนภายในประเทศและลดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการ CBAM ในตลาดยุโรป
แนวทางการวางแผนและดำเนินงานสู่เป้าหมาย Net Zero สำหรับธุรกิจ
- Assess (ประเมิน)
จัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจ เริ่มต้นด้วยการคำนวณ Carbon Footprint of Organization (CFO) และ Product (CFP) เพื่อระบุแหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุก Scope
- Target (กำหนดเป้าหมาย)
ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่อิงตามมาตรฐานสากล เช่น SBTi (Science Based Targets initiative) โดยแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว
- Reduce (ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก)
ปรับปรุงกระบวนการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ การใช้พลังงานสะอาด (Solar Power & Battery Energy Storage System and EV Fleet Solutions) และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วย AI หรือระบบจัดการพลังงาน (Energy Efficiency)
- Offset & Report (ชดเชยและจัดทำรายงาน)
ซื้อ Carbon Credit ชดเชยการปล่อยในส่วนที่ยังไม่สามารถลดได้ รวมถึงจัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และรายงานความยั่งยืน (Carbon Footprint and ESG Reporting) และขอการรับรองตามมาตรฐานสากล หรือการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ พร้อมรองรับข้อกำหนดของคู่ค้าและมาตรการ CBAM
การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ต้องดำเนินงานต่อเนื่องและเป็นระบบ ตั้งแต่การประเมิน กำหนดเป้าหมาย ลดการปล่อย ไปจนถึงชดเชยและรายงานผลอย่างโปร่งใส โครงสร้างที่พร้อมและข้อมูลที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้ผู้ผลิตและส่งออกไทยลดภาระต้นทุนจาก CBAM และ Carbon Tax พร้อมรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

แนวทางการลดคาร์บอน และเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมแนะนำบริษัทที่ปรึกษา Net Zero ในไทย
การลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจให้เห็นผลจริง ต้องเลือกโซลูชันที่จัดการแหล่งปล่อยหลักได้ตรงจุด ครอบคลุมทั้ง Scope 1, 2 และ 3 เช่น ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Solar and BESS) เปลี่ยนฟลีทรถขนส่งดีเซลเป็นฟลีทรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Fleet Solutions) และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงานหรืออาคาร ธุรกิจจึงควรเลือกพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญด้าน Net Zero และเทคโนโลยีพลังงาน สามารถให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง และติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้ให้บริการ Net Zero Solutions ในไทย (Net Zero Solutions Provider)
Banpu NEXT (บ้านปู เน็กซ์) ให้บริการโซลูชัน Net Zero ครบวงจร แบบ Total Solutions ครอบคลุมทั้งบริการที่ปรึกษาด้าน Net Zero และโซลูชันพลังงานสะอาด ได้แก่ ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) ผสานระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System – BESS) ระบบจัดการฟลีทรถขนส่งไฟฟ้า และสถานีชาร์จรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Fleet and Charging Solutions) และโซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency) เช่น ระบบทำความเย็นที่ควบคุมด้วย AI (AI-controlled Chiller System) ช่วยให้องค์กรลดการปล่อยคาร์บอนในทุก Scopes และใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผสานบริการให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการคาร์บอนภายในองค์กรเข้ากับโซลูชันพลังงานสะอาดจากพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ธุรกิจสามารถยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน ลดภาระต้นทุนคาร์บอน และสร้างโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน
เปลี่ยนมาตรการภาษีคาร์บอนให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ
แม้ว่า CBAM และ Carbon Tax อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และเป็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ แต่หากธุรกิจเร่งวางแผน Net Zero และเลือกใช้ Net Zero Solutions จากผู้เชี่ยวชาญอย่าง Banpu NEXT เริ่มตั้งแต่ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และติดตามผลการลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้องค์กรพร้อมรับมือกับมาตรการด้านคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้น ประหยัดต้นทุนพลังงาน เปลี่ยนข้อจำกัดทางการค้าให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ขณะเดียวกันก็สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้า และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตในระยะยาว
ติดต่อเรา – Banpu NEXT
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1 : หากจ่ายภาษี Carbon Tax ในประเทศแล้ว ต้องจ่าย CBAM ซ้ำซ้อนหรือไม่?
- A : ไม่ซ้ำซ้อน หากประเทศต้นทางส่งออกมีการจัดเก็บ Carbon Tax ภายในประเทศที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายและได้รับการรับรองจาก EU ผู้นำเข้าใน EU สามารถนำราคาคาร์บอนที่จ่ายจริงในประเทศต้นทางมาหักลดจำนวนใบรับรอง CBAM ที่ต้องส่งมอบได้ตามเงื่อนไขที่ EU กำหนด (Regulation (EU) 2023/956, Article 9)
Q2 : ธุรกิจที่ไม่ได้ส่งออกไป EU ต้องเตรียมตัวรับมือ CBAM หรือไม่?
- A : จำเป็น เพราะหากธุรกิจขนาดกลาง และ SMEs เป็นคู่ค้าอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ส่งวัตถุดิบให้บริษัทที่ส่งออกไป EU บริษัทนั้นจะต้องขอข้อมูลการปล่อยคาร์บอนแฝง (Embedded Emissions) จากวัตถุดิบและกระบวนการผลิตจากคู่ค้า เพื่อนำไปรายงานตามมาตรการ CBAM และหากคู่ค้าปล่อยคาร์บอนสูง อาจทำให้เสียโอกาสทางการค้า เพราะบริษัทมีแนวโน้มเลือกคู่ค้ารายอื่นที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าแทน
Q3 : Banpu NEXT ช่วยธุรกิจในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างไรบ้าง?
- A : Banpu NEXT ทำ Net Zero ครบวงจร ให้บริการ Net Zero Solutions ที่ครอบคลุมการวางแผนด้าน Net Zero และโซลูชันพลังงานสะอาด ไปจนถึงการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อช่วยให้องค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้